10 บัญญัติคนเป็นนาย

1. เวลาใช้ใคร ให้อำนาจเต็ม ถ้าระแวงอย่าใช้

ข้อแรกนี้น่าจะมาจาก สามก๊ก จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูด แต่ที่แน่ๆ นอกจากเป็นประโยชน์กับตัวคนทำงานเองแล้ว มันยังสามารถสร้าง Customer Experience ที่ดีให้กับลูกค้าอีกด้วยนะครับ ยกตัวอย่าง การทำงานของ Virgin Airline ที่อนุญาตให้พนักงาน Front Line ตัดสินใจเองได้หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น หลังจากมีลูกค้าคนหนึ่งเกือบจะตกเครื่องเพราะมาสายแล้วรีบวิ่งลงจากรถ taxi แล้วดันลืมจ่ายค่าโดยสาร แต่เตชะบุญมีพนักงานเห็นและเอาเงินของตัวเองจ่ายให้ก่อนโดยไม่ได้คำนึงว่าจะเบิกบริษัทได้หรือไม่ หลังจากนั้นลูกค้าคนนั้นซึ่งเป็นลูกค้า VIP ของสายการบินซะด้วยก็ได้มาขอบคุณเป็นการใหญ่ ครับ อะไรจำเป็นทำก็ทำไปได้เลย ทำให้บริษัทแบบนี้แหละครับ ที่มีโอกาสในการสร้างความประทับใจแบบสุดๆ ให้กับลูกค้าได้

2. ซื้อใจคน ใช้คุณค่า ใช่เงินตรา ถ้าใช้เงินมา เวลาใครให้มากกว่าเค้าก็ไป

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนทำงาน ใครๆ ก็ต้องการเงิน แต่หากลองดูสามเหลี่ยมมาสโลว์จะพบว่าเงินคือสิ่งที่ไว้ใช้ซื้อของเพื่อตอบสนองความต้องการทางร่างกายและความปลอดภัย หรือ 2 ลำดับขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เงินซื้อนาฬิกาได้ แต่ซื้อเวลาไม่ได้ เงินซื้อเพื่อนกินได้ แต่ซื้อมิตรภาพไม่ได้ เงินซื้อยาได้ แต่ซื้อสุขภาพดีไม่ได้ เงินซื้อบ้านได้ แต่ซื้อครอบครัวอบอุ่นไม่ได้ เงินซื้อการมีเซ็กส์ได้ แต่ซื้อความรักไม่ได้ ดังนั้นหากเรายังจะใช้เงินซื้อคนมาทำงานให้ เขาก็อยู่เพื่อเงินที่เค้าอยากได้ ไม่ได้อยู่เพื่อเป้าหมายของงานอย่างแท้จริง ในทางตรงกันข้ามสำหรับคนที่มีทุกอย่างพร้อมแล้ว การทำงานคือเพื่อเติมความสมบูรณ์ให้ชีวิต (Self-actualization) คนประเภทนี้แหละครับที่จะทุ่มเทเพื่อให้งานสำเร็จโดยไม่ต้องสั่ง

3. การดูแลลูกน้อง สิ่งที่ต้องทำคือใส่ใจ สิ่งที่ต้องรู้คือรู้ใจ สิ่งที่ต้องให้คือน้ำใจ

สืบเนื่องจากข้อตะกี้ แล้วถ้าถามต่อว่า ไม่ใช้เงินจูงใจ แล้วจะใช้อะไรหละ คำตอบง่ายๆ คือ ใช้ใจซื้อใจครับ ขอหยิบยกตัวอย่างจากสามก๊กตอนที่เล่าปี่ต้องพาทหารและชาวเมืองซินเอี๋ยหนีทัพโจโฉ ทำให้พลัดหลงกับฮูหยินทั้งสอง ซึ่งจูล่งเป็นผู้ฝ่ากองทัพโจโฉลุยเดี่ยวไปรับอาเต๊าลูกชายวัยทารกของเล่าปี่มาคืนตั้งแต่ตีสามถึงบ่ายสาม ได้ฆ่าทหารโจโฉไปมากมาย จนในที่สุดก็สามารถฝ่าวงล้อมกลับมาได้ ครั้นเมื่อมอบอาเต๊าคืนให้ เล่าปี่กลับโยนลูกชายลงพื้นพร้อมทั้งตะโกนด่าว่า “ไอ้ลูกอัปรีย์ ทำให้เราเกือบต้องเสียแม่ทัพคนสำคัญไป” และนั้นคือสิ่งที่ทำให้จูล่งจงรักภักดีกับเล่าปี่จนวันสุดท้ายของชีวิต เพราะมนุษย์ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คนอื่นอาจจะจำไม่ได้หรอกว่า เราทำอะไร พูดอะไร แต่เค้าจะจำได้ว่าเราทำให้เค้ารู้สึกอย่างไร

4. รักษาสัญญา พูดอะไรไว้ จำให้ได้ เพราะลูกน้องที่ฟังจะเก็บทุกเม็ดไปคิด

คำพูดเมื่อเอ่ยออกจากปากไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เมื่อพูดออกไปแล้ว อีกฝั่งจะเกิดความคาดหวัง มันคือความไว้วางใจ ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นพูดอะไรไว้ ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราพูด อย่าพูดจาเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ที่อาจจะพลาดกันมากที่สุดคือการพูดเล่น เพราะคนฟังเค้าแยกไม่ออกว่าพูดจริงหรือเปล่า โดยเฉพาะน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน เริ่มต้นที่ความเคารพ หรือด้วยวาสนาที่พามาพบได้ทำงานกัน เราคือรุ่นพี่ เราคือคนที่เค้าอยากจะศึกษา เรียนรู้ด้วย ดังนั้นอะไรที่เราสามารถทำให้ได้ ถ่ายทอดได้ อะไรที่เราสังเกตเห็น ช่วยเหลือได้ หรืออะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ทำให้น้องๆ เถอะครับ มันคือการแสดงน้ำใจระหว่างคนที่รู้จักกัน ยิ่งความจำเป็นของแต่ละคนไม่เท่ากันด้วย บางครั้งอะไรเล็กๆ น้อยๆ ของเราอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเค้าก็ได้นะ

5. อย่าหัวเสียเวลาสั่งอะไรไป แล้วไม่ได้ดั่งใจ เพราะนั่นคือเหตุผลที่มีเราอยู่

พระเจ้าฮั่นโกโจปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นเคยได้กล่าววาจาอมตะไว้ว่า “เตียวเหลียงเก่งกว่าข้ามากมายในเรื่องการวางแผนการรบ ฮั่นสินก็เก่งกว่าข้ามากมายในเรื่องการสู้รบ ส่วนเซียวเหอก็แก่งกว่าข้าในเรื่องการระดมพล สนับสนุนเสบียง แต่สิ่งเดียวที่ข้ามีและมีเหนือกว่ายอดคนทั้งสามคือ ความสามารถในการใช้ทั้งเตียวเหลียง ฮั่นสิน และเซียวเหอไปทำในสิ่งที่เขาเก่งที่สุด ถนัดที่สุด และเหมาะสมที่สุด นี่คือเหตุผลที่ทำให้กองทัพเราได้รับชัยชนะ” จะก็เปรียบก็เหมือนเข็มหนึ่งด้ามที่ไม่ได้มีปลายแหลม 2 ข้าง ทุกคนมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย การทำงานต่างๆ ก็ย่อมมีทั้งสำเร็จและล้มเหลว เพียงแต่เราต้องเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และใช้คนให้เหมาะกับงาน น้องๆ คือคนทำงานที่ไม่ได้มีประสบการณ์เท่าเรา เค้าไม่ได้เก่ง ไม่ได้รู้เท่าที่เรารู้ สาเหตุที่เค้ายังทำงานอยู่กับเรา ส่วนนึงเพราะเค้าอยากเก่งให้ได้เหมือนเรา หน้าที่ของเราคือแนะนำให้เค้าเก่งในแบบที่เค้าควรจะเป็น และระลึกไว้เสมอว่าวันแรกที่เราทำงาน ตัวเราเองก็คงอ่อนหรืองี่เง่าไม่แพ้ไอ้น้องคนที่เรากำลังมองอยู่นี่หรอก

6. Make sure ทุกครั้งเวลาสื่อสารอะไรที่สำคัญ ต้องเข้าใจตรงกันก่อนลงมือปฏิบัติ

ผมได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตมาโดยตลอดว่า มนุษย์เราแต่ละคนคิด พูด และทำไม่เหมือนกัน บางสิ่งที่ตัวเราคิดว่าง่าย แต่สำหรับบางคนที่ไม่เคยผ่านมันมาก่อนก็อาจมองตรงกันข้าม แล้วพอเค้าทำตามที่เขาถนัด ที่คิดว่าใช่ งานมันก็จะออกมาคนละอย่างกับที่เราตั้งความหวังไว้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่างานที่ประกอบไปด้วยคนหลายๆ คนจะประสบความสำเร็จไหมอยู่ที่เราสามารถสื่อสารได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน และเอาเข้าจริงๆ นะครับคนธรรมดาที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันนี่แหละที่เมื่อรวมพลังกันแล้วสามารถเปลี่นโลกได้ Simon Sinek พูดไว้ว่าให้ Start with why ให้บอกคนอื่นๆ ว่าเราทำสิ่งนี้ทำไม แล้วค่อยบอกว่าทำอย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง

7. เวลาเกิดวิกฤต มีปัญหา ไม่ต้องหาคนผิด ให้หาสาเหตุ แล้วรีบแก้ไขไปด้วยกัน

เมื่อปีก่อน Bar.B.Q Plaza สร้างปรากฏการณ์กระทะ ที่เปิดตัวยิ่งใหญ่อย่าง iPhone7 แต่เรียกเก็บคืนแทบไม่ทันอย่าง Notes7 ตอนแรกเพราะอะไรไม่มีใครรู้ แต่เมื่อเกิดเหตุผู้บริโภคป่าวประกาศเสียงดังในโลกออนไลน์ ผู้บริหารไม่รอช้าสั่งปิดทุกสาขาที่ใช้กระทะดำทันที แล้วรีบตรวจสอบจนพบว่าเกิดจากการล้างไม่ถูกวิธี ก็ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาฝึกล้างกันใหม่ ให้ลองกินกันเอง ล้างกันเอง จนแน่ใจว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไป Bar.B.Q Plaza ก็ก้าวผ่านวิกฤตไปได้ และกลับมาอยู่ในใจผู้บริโภคอีกครั้ง ครับ ไปคนเดียวไปได้ไวไปด้วยกันไปได้ไกล โทษกันไปโทษกันมา ได้ประโยชน์อะไร ช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่าเนอะ

8. เวลาเจอทางตัน คิดไม่ออก ขอให้เชื่อมั่นในความถูกต้อง กล้าที่จะเสี่ยง และยอมรับผลที่ตามมา

มีสำนักพิมพ์หรือจะเรียกว่าสถาบันแห่งนึงก็ได้ Stock2morrow ที่เติบโตขึ้นมาจากการเป็นที่รักและที่ไว้วางใจของนักลงทุน พี่ป้อม CEO เคยเล่าให้ฟังว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องผ่านการตัดสินใจยากๆ มาหลายต่อหลายครั้ง และที่แน่นอนคือ “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” บ่อยครั้งที่ต้องยึดมั่นในหลักการ ยืนในฝั่งนักลงทุนมากกว่าหลักทรัพย์หรือสปอนเซอร์ can do attitude เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก พลาดก็ให้มันพลาดไป เรียนรู้ที่จะล่มและลุกให้ได้ อย่างสุภาษิตญี่ปุ่นที่บอกไว้ว่า “ล้ม 7 ครั้ง ลุกให้ได้ 8 ครั้ง” และนี่คือสิ่งที่ทำให้พี่ป้อมพาน้องๆ มาถึงวันนี้

9. ทุกคนมีจุดหมายชีวิตของตนเอง มีเจอะเจอ ย่อมมีลาจาก มีโอกาสอาจจะได้ร่วมงานกันใหม่

อย่า keep CO2 ไว้ในร่างกาย วันที่ใช่คือวันที่ใช่ วันที่ไม่ก็คือไม่ ร่างกายต้องการ O2 ให้การขับเคลื่อนเช่นไร องค์กรก็ต้องการพลังจากทุกคนในวันที่พวกเขาพร้อมเช่นนั้น ผมมีน้องชายคนนึงที่รู้จักกันจากการที่เค้าไปฝึกงานที่เนคเทค พบเรียนจบก็ได้มีโอกาสมาทำงานด้วยกัน เพราะตอนนี้ได้เปิดออฟฟิศที่ Science park จนกระทั่งย้ายออกมาเข้าเมือง และในที่สุดก็ต้องจากลากันเพราะทางบ้านอยากให้ไปรับราชการมากกว่า ปัจจุบันน้องคนนี้ทำงานอยู่กระทรวงเกษตร แต่มีเวลาก็ยังช่วยงานผมเป็น part-time job อยู่ นับไปนับมาก็น่าจะ 10 ปีแล้วนะเนี่ย ขอบคุณที่ช่วยกันมาตลอดครับบี สำหรับผู้ประกอบการทุกคนคำถามที่น่าสนใจก็คือในวันที่เค้าอยู่ เราทำดีกับเค้าที่สุดแล้วหรือเปล่า

10. หยุดอยาก ย่อมเยือกเย็น เพราะโลกใบนี้มีเรื่องตลกอยู่อย่างคือ ใครอยากได้มากกว่าคนนั้นแพ้

หากยังจำเพลงประกอบพระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลกได้ มีเนื้อเพลงตอนนึงร้องว่า สายพิณที่ดีดนั้น ถ้าปล่อยให้มันเริ่มหย่อนลง ละเลยและลืมหลง จะคงสำเนียงเป็นพิณไหม และสายพิณที่ตั้งขึง ถ้าบิดให้ตึงจนมากไป ถึงคราวดีดเล่นสาย คงขาดผึงไปในไม่นาน ครับน้อยไปไม่ดี มากเกินไปก็ไม่ดี ความพอดี พอใจในสิ่งที่ตนเองมี ดีที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้บอกให้ไม่ทะเยอทะยานไม่ต้องพัฒนานะ สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ให้เข้าใจในสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยากมี อยากได้ อยากโต ก่อนเวลาอันควร เมื่อถึงเวลาที่เราคู่ควร สิ่งที่คู่ควรกับเราจะพุ่งเข้ามาหาเราเอง