คุณเชื่อในโชคชะตาไหม

ณ จุดใด จุดหนึ่ง ของชีวิตทุกอย่าง จะกลั้นแกล้งคุณ
มันจะเหมือนมีมรสุม มะรุมมะตุ้มเข้ามา ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็พลาด

ขึ้นอยู่ที่คุณตัดสินใจที่จะยอมแพ้ หรือ จะลุกขึ้นสู้

และไม่ว่าคุณคิดว่าผลลัพธ์มันจะออกมายังไง มันก็จะเป็นอย่างนั้น

ถ้ายอมก็จบลงแบบนั้น แบบที่คุณคิดว่ามันจะเป็น

ถ้าสู้ ชีวิตมันก็ไม่ได้ง่ายขึ้นโดยทันที
อย่างที่ว่าปัญหามันสุมมาร้อยแปด
สิ่งที่คุณทำได้คือ ค่อยๆ ทำมันไปทีละอย่าง
แก้ปัญหาแรกให้ได้ แล้วก็แก้ปัญหาถัดไป ถัดไป ถัดไป
คุณทำได้แค่แก้ปัญหาไปทีละเรื่อง
เมื่อคุณแก้ปัญหาสุดท้ายได้แล้ว คุณก็ถึงที่หมาย

ข้อคิดดีๆ จาก มาร์ค วัทนีย์ ในหนังเรื่อง The Martian ที่พระเอกไปติดอยู่บนดาวอังคาร และเขาทำทุกวิถีทางที่จะรอดชีวิตกลับบ้าน

martian

ผมค้นพบว่าชีวิตการเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ง่ายเลย มันซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
เรารุ้จักคนมากขึ้น เรามีประสบการณ์มากขึ้น เราทำอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ cross กันไปข้ามกันมา
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ในขณะที่ผมเป็นพ่อคน ผมก็เป็นพี่ของน้องๆ เป็นคนทำงานคนหนึ่งในบริษัท ในขณะที่ผมเห็นลูกสาวกำลังอ้อนแม่ ผมเห็นน้องกำลังอ้อนตีน หรือเป็นเพื่อนร่วมงานกำลังอ้อนวอนอะไรบางอย่าง มันก็เป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตในแต่ละสถานะ และมุมมองที่ผมกำลังมองใครสักคน ที่กำลังทำอะไรบางอย่าง และ action ที่ผมได้ทำไปกับคนเหล่านั้น มันก็แตกต่างกันไปตามสถานการณ์
แน่นอนแหละมันก็ต้องมีทั้งเรื่องที่เราชอบและไม่ชอบอยู่ด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะวางตัวยังไง

อยู่ดีๆ ก็นึกถึงสมัยที่ไปอยู่อเมริกาใหม่ๆ ตอนราวปี 2002
วันนั้นตอนบ่ายๆ เย็นๆ ไปบ้านเพื่อนคนหนึ่ง เค้าซื้อตู้ใหม่มาจาก Ikea พอดี
เลยไปช่วยเค้าประกอบ (ซึ่งเราก็ไม่เคยทำมาก่อน เครื่องมือก็ไม่มีนอกจากค้อน)
ตอนนั้นก็เอาไม้มาวางเรียงบนพื้นให้มันเป็นไปตามแคตตาล็อกที่เค้าให้มา
ท่าทางดูดีเลยหละ ประกอบหมุดไม้ไปหลวมๆ แล้วก็ถึงนาทีสำคัญ
เราช่วยกันยกตู้ขึ้นแนวตั้ง กะว่าจะได้ตอกหมุดได้ง่ายขึ้น
แต่กลายเป็นว่า พอยกขึ้นตั้งฉากกับผิวโลกเท่านั้นแหละ
ตู้พังสลาย ไม้หักกองลงมาพริบตา แทบกระโดดหนีไม่ทัน
สักพักพอตั้งสติได้ ก็นึกได้ ซวยหละ ทำไงดี ทำไงดี
เพื่อนคนนั้นกลับบอกว่า ไม่ต้องทำอะไรหรอก ปล่อยไว้ตรงนั้นแหละ
ไปทำอาหารกินกันก่อนดีกว่า เราเหนือยกันมามากแล้ว
ไอ้เราก็งงสิครับ ตู้พังอยู่ตรงนี้ บอกว่าไปทำข้าวกินก่อน
เค้าบอกว่าจะไปกลุ้มใจอะไรกับมันหละ ก็มันพังไปแล้ว แต่เวลานี้มันเวลาอาหาร แล้วกลุ้มไป ไม่ทำอาหารมันจะอิ่มขึ้นมาไหม
ช่วงเวลานั้นกับความรู้สึกนั้นมันแว๊บขึ้นมาบอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรผิดหรือพลาดไป แต่ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า มันอยู่ที่เราจะเลือกว่าจะจมกับปัญหาเดิมๆ หรือจะหาทางแก้ปัญหาอื่นๆ ต่อไป

นั่นคือ ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ ที่เราทำอะไรบางอย่างลงไป มันกลายเป็นจุดจุดหนึ่งในชีวิตของเรา
เมื่อเวลาผ่านไป เราก็สร้างอีกจุดหนึ่งแล้วก็ผสานกัน ลากกลายเป็นเส้น
Steve Jobs เคยพูดไว้ว่า “You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future.”
สรุปก็คือปัจจุบันคือของขวัญอันล้ำค่า เราสามารถเรียนรู้จากอดีต (แม้เราจะแก้ไขมันไม่ได้) ส่วนอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นก็จะเกิดจากสิ่งที่เรากำลังลงมือทำในวันนี้ ไม่มีใครสามารถวาดอนาคตได้ เราทำได้ก็แค่เชื่อมั่นว่ามันจะเป็นในสิ่งที่มันควรจะเป็น … นี่เรียกว่าโชคชะตาไหม?