พาเที่ยวงาน GSMA Mobile World Congress Shanghai 2016

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. – 1 ก.ค. 59 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสติดตามคณะทำงานของซอฟต์แวร์ปาร์คในโครงการสำรวจตลาดไอซีทีจีนปี 2 ไปเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมงาน GSMA Mobile World Congress Shanghai 2016 #MWCS16 งานนี้เค้ามีธีมว่า “Mobile is Me” โดยโฟกัสไปที่ทำอย่างไรให้ mobile technology จากการเชื่อมต่อกับรถและ wearable tech ต่างๆ ไปสู่ IoT และ Smarter Cities มันคือการปฏิวัติทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตและการสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคล (Personalization)

แน่นอนเมื่อจัดในเมืองจีนก็ยิ่งใหญ่อลังตามสไตล์จีนครับ ทางผู้จัดบอกว่าน่าจะมีคนเข้าชมกว่า 70,000 คนจาก 8,000 บริษัท และมี exhibitor ถึง 1,000 รายมาร่วมแสดงในพื้นที่ถึง 7 ฮอลล์ใหญ่ๆ ที่ Shanghai New International Expo Center  (SNIEC) ครับ

MWCS_Overall_Floorplan_Eng

mwc02

เล่าคราวๆ ก่อน ฮอลล์ N1 และ N2 จะเป็นส่วนของบริษัทใหญ่อย่าง Alibaba, China Mobile, China Telecom, China Unicom, China UnionPay, Cisco, Ericsson, Ford, Hewlett Packard, HTC Vive, Intel, Lenovo, LG Electronics, McAfee, NEC, Nokia, SAP, SK Telecom, Snail Mobile, Sony, Visa, Volkswagen, Xiaomi, ZTE และ บูธจากประเทศต่างๆ อย่าง Thai Pavilion, Korea, Israel เป็นต้น

mwc05

ฮอลล์ N3 มาในธีม Connected Lifestyle Hall ก็จะมีส่วนแสดงที่น่าสนใจหลายๆ อย่างประกอบกัน เช่น Graphene Pavilion, dts, และ 4YFN (4 Years From Now) ที่รวมบรรดา Startup มาไว้ด้วยกัน ซึ่งแน่นอนมีทั้งการ pitch, การออกบูธ, workshop, และสัมมนา ผมได้มีโอกาสฟังหัวข้อ “Driving Innovation in Marketing and Communications through startups and mobile” เป็นการสนทนาที่น่าสนใจมาก มี speaker ที่พูดได้แรงอย่าง William Bao Bean (Partner, SOSV) ที่ตอบคำถามว่า “startup ทำงานร่วมกับ brand (corporate ใหญ่) ได้ไหม?” เค้าบอกว่า ยาก ด้วย 3 เหตุผล ได้แก่
1) อะไรไม่ใช้เงิน คนทำงานใน brand ไม่สนใจ
2) kpi ขององค์กรใหญ่ ไม่เคยมีเรื่อง innovation การทำงานร่วมกับ startup สำเร็จคือเจ๊า แต่ถ้าพลาดคือเจ๊ง
3) brand มีความเสี่ยงที่พลาดไม่ได้ อะไรที่สื่อสารในฐานะ brand ต้องเป๊ะ
แต่เอาจริงๆ startup เริ่มต้นไม่ได้ต้องการเงินจาก brand พวกเค้าแค่ต้องการเทสต์ไอเดียกับฐานผู้ใช้ที่ brand อยากลองผิดลองถูก อยากได้ feedback ดังนั้นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายตรงการจึงไม่เคยตรงกัน

mwc08

ฮอลล์ N3.1 เป็นการแสดง Smart City Expo ที่จีนมาก (อันนี้ผมเข้าไปดูแล้วไม่ค่อยได้อะไร)

ฮอลล์ N4 & N5 เป็นส่วน Shanghai Digital Information Festival นี่ก็จีนสุดๆ แบบคุยอังกฤษตอบไม่ได้สักหลายบูธ

สุดท้ายฮอลล์ E7 อันนี้เน้นเกมครับ ซึ่งแทรนด์คือ ทุกบูธส่วนใหญ่จะใช้ VR (Virtual Reality) กัน และมีการ IoT บาง หุ่นยนต์นิดหน่อย

นอกจากนี้ก็จะมีส่วนที่เป็นห้องสัมมนาต่างหากอีกหลายห้อง บาง session ที่ speaker พูดภาษาจีน ก็จะมี slide เวอร์ชั่นอังกฤษ และมีการแปลสดแบบ simultaneous ให้ฟังผ่านหูฟัง (เข้าใจว่าตรงกันข้าม สำหรับ speaker ต่างชาติ ก็จะมีการแปลเป็นภาษาจีนให้ฟังเช่นกัน) แต่ในส่วนการสัมมนาเค้าจะมีการแยกผู้ฟังตามระดับของบัตรผ่าน บางเรื่องที่มันเฉพาะกิจก็ต้องใช้ Silver หรือ Gold Pass เข้าไป ผมแยกกันกับพี่กรและคุณไว เข้าไปห้องต่างๆ ที่เราสนใจ ก็จะมีทั้งเรื่อง IoT , innovation hardware, และ Future VDO

mwc07

ถ้าถามว่างานนี้ wow อะไร ชอบอะไรบ้าง บอกก่อนเลยว่า ทึ้งเรื่อง Graphene จากที่ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน เลยต้องพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้เพิ่งรู้ว่ามันเป็นรูปแบบหนึ่งของผลึกคาร์บอน ที่มีความแข็งแรงมาก ในขณะที่น้ำหนักเบา เกือบโปร่งใส และเป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าที่ดีมาก ใครที่เคยรู้จักรถเทสลา เค้าบอกว่าก็เอากราฟีนที่แหละครับมาใช้ในการทำแบตเก็บไฟฟ้าเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมกราฟีน หรืออย่าง wearable product ที่เอาไว้สวมใส่เป็นนาฬิกาข้อมือก็สามารถเอากราฟีนมาทำได้ เพราะมันโค้งงอได้ มันคือวัสดุแห่งยุคนี้จริงๆ

ส่วนพี่กรออกจากห้องสัมมนามาบอกว่าชอบ Brainporting มากที่สุด มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประสาทสัมผัสของลิ้นทำให้คนตาบอดมองเห็น แล้วก็มีบัตรเครดิตที่มี fingerprint scan อยู่บนบัตรเลยเพื่อระบุยืนยันตัวบุคคล ปิดด้วย smartphone และ tablet ที่สามารถฉายเป็น projector ได้ในตัวของ Akyumen (www.akyumen.com) ความสว่างได้ ความร้อนผ่าน เตรียมวางขายจริง 1 กันยา ตอนนี้รับ pre-order แล้ว

mwc10

ถัดมาอย่าง Pavilion ที่ดูแล้วน่าสนใจมากๆ สำหรับผมก็น่าจะเป็นของเกาหลี ที่เค้าขนมาเต็มๆ มีทั้งตัว POS ที่ได้รางวัลจาก Reddot ซึ่งจริงๆ เค้าทำซอฟต์แวร์ แต่เพื่อ experience ของ User ที่ดีขึ้นก็เลยต้องผลิตฮาร์ดแวร์มารองรับ (www.pocketmobile.co.kr) มีคนที่ทำ Card ที่รวมบัตรต่างๆ เข้าไว้ในตัวเองได้ บน card มีหน้าจอเล็กๆ กดได้ เลื่อนดูข้อมูลบัตรต่างๆ ได้ (www.brilliantts.com) มีเรื่อง near field technology ที่ใช้ NFC ใช้ beacon ใช้เสียง ผสมผสานกันในการจับว่าลูกค้าอยู่ไหน (www.yap.net) โดยรวมดูแล้ว practical เข้าท่าดี

mwc09

สำหรับ Keynote ก็มีคนจากบริษัทดัง อย่าง Zhang Chunhui (President of OS Business Group, Alibaba), Glenn Lurie (President and CEO, AT&T Mobility and Consumer Operations), Dr. Ya-Qin Zhang (President, Baidu), Li Yue (President & CEO, China Mobile) เป็นต้น มีการคาดหมายที่น่าสนใจ (แต่ไม่แปลกใจเลย) เช่น 5G จะถูกใช้ใน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ก่อน 2020 ซึ่งจะเป็น IoT connection กว่า 1 พันล้าน device

ประมาณนี้ก่อนแล้วกันนะครับ ไว้เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะมาเล่าในรายละเอียดเพิ่มเติมต่อแล้วกันนะครับ ราตรีสวัสดิ์ 😉