SMART goal

วันนี้เป็นวันเปิดตัวหนังสือ งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า เล่ม 2 อิสระเรา ราคาเท่าไหร่ ของพี่บอยวิสูตร บ.ก.หน้าตาดีของสำนักพิมพ์สต็อคทูมอร์โรว์ที่ผันตัวเองมาจิ้มคีย์บอร์ดเขียนหนังสือเองด้วย ไม่ทันไรพี่บอยก็ออกเล่ม 2 ซะแล้ว

ในงานนี้มีการบรรยายเรื่อง “10 ข้อควรทำเพื่อให้เราก้าวจากจุดที่อยู่ ไปสู่จุดที่หมาย” ผมเข้าฟังตั้งแต่ต้นจนจบราวชั่วโมงนึงจับประเด็นได้ว่า

คนเราต้องมีเป้าหมาย รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เพื่ออะไร แล้วเขียนมันออกมา ยิ่งเป็นเป้าหมายใหญ่เพื่อผู้อื่น มันจะยิ่งมีพลัง สามารถเปลี่ยนแปลงทุกคนรอบข้างได้

พี่บอยบอกว่า ให้ระดมสมองเขียนมันออกมาให้ได้สัก 30 อย่าง แล้วจับใส่กล่อง S, M, L หรือ short-term ระยะสั้น, middle-term ระยะกลาง, long-term ระยะยาว

ถ้าใครมี S มาก เบ้มาทางซ้าย แสดงว่า ไม่กล้าตั้งเป้าหมายใหญ่ มัวพะวงอยู่กับเรื่องราวสาละวันรายวัน

ส่วนใครที่มี L มาก เบ้ไปทางขวา ก็แสดงว่า เป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่กล้าที่จะทำให้เรื่องราวต่างๆ สำเร็จในเร็ววันนี้

โอเคงั้นตกลงว่า มีอะไรมากไปน้อยไปก็คงจะไม่ดีทั้งนั้น เพราะมันไม่สมดุลย์

ผมมักจะถามตัวเอง และได้ยินคำถามจากคนอื่นๆ เสมอว่า ผมเป็นอะไร เชี่ยวชาญทางไหน เพราะคนที่รู้จักผมหลายๆ คนก็จะรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำอะไรหลายๆ อย่าง มีโปรเจคใหม่ๆ เสมอ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง คละเคล้ากันไป

ถ้าให้ผมนิยามตัวผมเองว่าทำอาชีพอะไร ผมจะใช้คำว่า “Internet Technopreneur” หรือ ผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้านอินเทอร์เน็ต หรือแปลภาษาง่ายๆ ว่า ทำมันทุกอย่างที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้อินเทอร์เน็ต

อ่านดูแล้วอาจสับสนว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำเว็บไซต์หรือ? ขายของผ่านเน็ตหรือ? คนที่ไม่อยู่ในวงการคงไม่เข้าใจ (แม้คนในวงการเองบางคนก็ยังไม่เข้าใจก็มี)

แต่ที่แน่ๆ นี่คือชีวิตจริงของผมที่ผ่านมาครับ ผมมีผลงานด้านการเขียน ด้านการบรรยาย เป็นอาจารย์พิเศษ รับจ้างทำเว็บ และก็ทำเว็บของตัวเอง เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้จัดงานอีเวนท์ เป็นคนที่แบกความหวังของหลายๆ คนไว้ และเป็นคนที่ทลายความหวังของอีกหลายๆ คน

สุดท้ายผมก็เป็นแค่คนทำธรรมดาคนหนึ่ง คนที่มีทั้งคนรักและคนเกลียด คนที่พยายามหาเป้าหมายในชีวิตของตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพื่ออะไร

พี่ๆ เพื่อนๆ หลายคนก็เป็นห่วงบอกให้ผมโฟกัส มีหัวหน้าเก่าบอกให้เลิกไปเลย อะไรที่ทำแล้วไม่ได้เงิน เพราะมันไม่ใช่ธุรกิจ มันไม่สามารถเลี้ยงชีพเราได้

คำถามที่สำคัญก็คือ ผมมีความจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเลือกว่าผมจะเป็นอะไร ในเมื่อผมชอบในสิ่งที่ทำ แล้วมันก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร

วันนี้พี่บอยตัวดีนี่อีกแหละครับ ที่บอกให้ผม “โลภ” จะไปเลือกทำไมว่าจะทำอะไรในเมื่อผมสามารถทำทุกอย่างที่ผมทำอยู่ได้ ด้วยสมดุลย์ที่มันเป็นอยู่

ปัจจุบันผมใช้ชีวิตที่มีอิสระ อยากนอน อยากตื่นก็โมงก็ได้ (ถ้าวันไหนไม่ต้องไปรับส่งลูก) ผมมีทีมที่ให้ทุกคนรับผิดชอบตัวเองไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน (ในบางคราวมันเวิร์คมากแต่ไอ้ที่ไม่เวิร์คมันก็มีบ้างเหมือนกัน)

ถึงแม้คนเราจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่เราใช้มันไม่เหมือนกัน เราหลายๆ คนมักจะบริหารเวลากันไม่ค่อยได้ และมักยอมแพ้ให้กับความง่าย หรือที่ชื่อเต็มๆ ว่า ความมักง่าย

เรามาลองตั้งเป้าหมายของเราเอง แล้วทำมันไปพร้อมๆ กันไหมครับ เริ่มเลยจากวันนี้ที่นี่ ตรงนี่

Specific: ผมจะเขียนหนังสือเล่มใหม่ให้เสร็จ

Measurable: ทั้งหมด 50 บท บทละ 4-5 หน้า

Achievable: โดยแบ่งเวลาที่ใช้แอบอู้เล่นเน็ตมาตั้งใจเขียน

Relevant: เพื่อเป็นการทบทวนตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ที่ได้อ่านมัน

Time-bound: ภายในระยะเวลา 3 เดือนจากวันนี้