ทำงานที่ไหน

ที่ BOXBOX.me เราทำงานแบบ REMOTE ครับ
เราไม่ได้ยึดติดกับการต้องมาออฟฟิศ เข้างานเก้าโมงเช้าตอกบัตร กลับบ้านห้าโมงเย็นไปฝ่ารถติดกลางถนน
สิ่งที่ผมมอบให้กับน้องๆ ในทีม คือ “เวลา” ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขกับการจัดสรรเวลาของตัวเอง เพราะเชื่อว่าเวลาคือสิ่งที่หาซื้อไม่ได้

ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานเกือบตลอดเวลา นึกอะไรได้ตอนไหนก็ทำตอนนั้น ผมมีงานมีโปรเจคล้นมือ และก็หางานใหม่มาได้เรื่อยๆ
ผมจึงไม่อยากเสียเวลากับการทำงานแบบเดิมๆ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกำหนดให้เป็นแบบนี้

เริ่มจาก ใครกำหนดว่า เราต้องทำงาน วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ หยุดเสาร์อาทิตย์
ผมทำมัน 7 วันเลย วันไหนมีธุระส่วนตัว หรือต้องไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ ก็จัดตารางล่วงหน้าหน่อย นัดหมายไม่ให้ชนกัน
ใครบอกว่าต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เช่น เริ่มงาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น หรือ เริ่มงาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 6 โมงเย็น
ผมทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ บางวันก็เริ่ม 9 โมง บางวันก็เริ่มเที่ยง บางวันไปเริ่มเย็นๆ สัก 4-5 โมงเย็น เพราะช่วงเช้ามีธุระต้องทำ
อยากจะเลิกสัก 2 ทุ่มแล้วไปดูหนัง หรือเลิกสักตี 2 ก็ตามสะดวก ตามภาระกิจที่ต้องทำให้เสร็จ

myoffice

แล้วพอหันมามองดู ชีวิตของพนักงานออฟฟิศ
สมมติบริษัทใจดี เริ่มงาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 6 โมงเย็น
ชีวิตของพนักงานคนหนึ่งที่ต้องทำคือ

ต้องตื่นสัก 6-7 โมงเช้า เพื่อรีบไปในถึงออฟฟิศ ใครบ้านไกลหน่อยก็ต้องตื่นเช้าหน่อย
9:00 – 10:00 มาสายบ้างหละ โอ้เอ้ เม้าส์มอยในห้องครัว หรือเสียเวลานั่งเล่น facebook หายไปหนึ่งชั่วโมง
11:00 – 12:00 ได้เวลาทำงานจริงๆ จังๆ
12:00 – 13:00 ถึงเวลาข้าวเที่ยงซะแล้ว กินไรดี
13:00 – 14:00 กลับมาอิ่ม ขอเช็คเมล์ เช็ค facebook อีกหน่อย กว่าจะได้เริ่มงานก็สักครึ่งชั่วโมงถัดมา
14:00 – 15:00 อยากจะทำงานแล้วหละ แต่บางทีก็ติดโทรศัพท์ ติดคนโน่นคนนี้มาคุยบางหละ ได้โฟกัสงานจริงๆ สักแป็บนึง
15:00 – 16:00 อ้าวง่วงซะแล้วขอแอบงีบสัก 15 นาที หรือนั่งมึนๆ งงๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน
16:00 – 17:00 อะ ทำงานๆ
17:00 – 18:00 โอ้วได้เวลากลับบ้าน เตรียมเก็บของ เริ่มเดินและเม้าส์มอยกับเพื่อนโต๊ะข้างๆ
แล้วก็ต้องไปฝ่าฟันรถติดในท้องถนนอีก 2-3 ชั่วโมงในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ทุกคนอยากกลับบ้าน

คำนวณดูแล้วเวลามันหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ซะส่วนใหญ่ ว่าไหมครับ ตีว่าเวลาทำงาน 100% ได้ทำงานซะจริงๆ ไม่ถึงครึ่งเลยนะเนี่ย

ยิ่งถ้าพูดถึงวันทำงาน ภาพนี้คือภาพที่เห็นกันบ่อย ทำไมวันจันทร์ต้องทุกข์ระทม และรื่นเริงในวันศุกร์

monday-friday

นั่นคือวัฎจักรชีวิตของพนักงานออฟฟิศทั่วๆ ไป ถามว่าดีไหม ก็ดีนะครับ สำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบมีแบบแผน เพราะมีการกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว แค่ทำไปตามนั้น

สำหรับทีมงาน BOXBOX.me เรามีทั้งพนักงาน Full time และ Part time มีทั้งส่วนที่เป็น Developer และ Marketing & Sales
แน่นอนคนที่ทำ Part time เค้าก็ไปทำตอนไหนก็ได้ที่เค้าว่างมีเวลาอยากทำ แล้วก็นัดเจอกันตัวเป็นๆ หรือ เจอกันประชุมออนไลน์
ส่วนคนที่ทำ Full time เราก็มีอิสรภาพไม่ต่างกันครับ แต่มีภาระหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องส่งงานให้ตรงเวลา และเจอกันในทีมเยอะกว่าหน่อย
เรื่องสถานที่ทำงาน เราจะนัดเจอกันตัวเป็นๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งที่ออฟฟิศ (ไม่ยึดติด ไม่ได้แปลว่าไม่มีนะครับ) เพื่อจะไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบของแต่ละคน

ข้อดีไม่ต้องพูดถึงครับ ผมจะเล่าข้อเสียให้ฟังดีกว่า
การทำงานที่บ้าน สำหรับพนักงานที่อยู่บ้านพ่อแม่ ก็จะมีคำถามตั้งแต่ว่า แกทำงานอะไร วันนี้ทำงานหรือเปล่า หรือไหนมาช่วยงานที่บ้านหน่อยสิ ฯลฯ มีโดนรบกวนเป็นช่วงๆ แน่นอน
ส่วนพนักงานที่อยู่ตัวคนเดียว การนั่งเหงาอยู่บ้าน ก็อาจจะทำให้หงอย และเบื่อชีวิตได้เป็นพักๆ ก็ต้องออกไปทำงานที่อื่นๆ บ้าง
เอาหละสิถ้าออกไปข้างนอกจะทำงานที่ไหนได้บ้าง ทราบไหมครับ?
ใช่ครับ ร้านกาแฟ, ร้านไอติม, foodcourt ตามห้าง คือที่ที่ดีที่สุด
แต่การทำงานตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ก็จะมีข้อจำกัด เช่นเรื่องปลั๊กไฟ เรื่องอินเทอร์เน็ต เรื่องนั่งนาน และที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องห้องน้ำ

หลายครั้งที่ผมไปประชุมตามตึกต่างๆ เสร็จ ผมก็จะหาร้านนั่งทำงาน
Starbuck และ True coffee เป็นร้านอันดับต้นๆ ในใจ เพราะบรรยากาศที่เหมาะกับการนั่งชิล
แต่การไปนั่งทุกครั้งนั้นหมายถึงต้องสั่งอะไรมากินครั้งละเป็นร้อย แม้ไม่ได้อยากกินอะไรก็ตาม

แต่ทั้งหลายทั้งปวง เรื่องของเรื่องที่สำคัญจริงๆ ก็คือ การทำงานร่วมกันในทีม และการติดต่อประสานงานกับลูกค้าและ Partner
แม้เราจะมีเครื่องมือที่ดี ทั้งฮาร์ดแวร์ ที่มีทั้ง Notebook, Tablet, Smartphone มีซอฟต์แวร์ดีๆ อย่าง Trello, Google drive, Google hangout
แต่ด้านเทคนิคเวลาประชุมออนไลน์ เราก็ยังมีปัญหาจุกจิกอยู่บ้าง ไม่ว่าจะ Network ไม่ดีเวลาคุยกัน มีคนสายหลุดบ้าง แชร์หน้าจอไม่ได้บ้าง
และเวลาที่ไม่ได้ประชุม (ซึ่งเป็นเวลาส่วนใหญ่) ที่ทำงานของแต่ละคนเอง แล้วอยากจะคุยขอความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงาน การใช้ Line หรือ Facebook message มันก็ไม่เห็นหน้า ไม่อินกับสิ่งที่เพื่อนกำลังสื่อสาร
เทคโนโลยีสามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้ แต่ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกบางๆ ที่เชื่อมพวกเราเข้าไว้ด้วยกันได้ สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ work ซะทีเดียว

trello.com

ในฐานะหัวหน้าทีม นอกจาก “เวลา” ที่ให้น้องๆ บริหารกันเองแล้ว สิ่งที่ผมคาดหมายคือ “ความรับผิดชอบ” ในการทำงานและส่งงานให้ตรงกำหนด
เพราะการล่าช้าของคนคนเดียว จะส่งผลให้งานของเพื่อนในทีมกระทบไปด้วย แล้วยิ่งไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกันตลอดเวลา นานๆ คุยกันที ยิ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คาดเคลื่อนกันไปใหญ่
ถ้าใครจำเกมทำท่าใบคำที่หลายๆ คนมายืนเรียงแถว แล้วให้คนแรกดูคำ ทำท่าทางให้คนที่สองดู แล้วคนที่สองก็ทำต่อให้คนที่สามดู ไปเรื่อยๆ จนคนสุดท้ายตอบว่าเป็นคำอะไร มันยากนะครับ
อารมณ์การทำงานแบบ virtual office จะประมาณนั้นเลยครับ คือบางที่สิ่งที่ผมอยากให้ทำ เมื่อสื่อสารผ่านกันไป แล้วเผลอลืมเช็คว่าเข้าใจไหม พอมาคุยกันอีกทีมันกลายเป็นอย่างอื่นที่ไม่ต้องการไปซะแล้ว
สรุปก็คือ เราต้องอาศัยความไว้ใจ เชื่อใจกันในทีมที่สูงกว่าปกติ โดยต้องมีสมมติฐานว่า ทุกคนไม่ขี้้เกียจ และรักงานของตัวเอง อยากทำงานให้สำเร็จ อยากเห็นผลลัพธ์ที่ดีครับ

Comments

  1. ชอบที่เขียนแชร์ ในส่วนของข้อเสียครับ มันเป็นจริงตามนั้นเลย ถ้าผสมผสาน ระหว่าง office บ้าง นอกสถานที่บ้าง อย่างสมดุล ชีวิตคนทำงานก็จะมีความสุขขึ้นอีกเยอะเลย