วันสุดท้ายของชีวิต

วันนี้ครบ 7 วันที่อาม่าเสีย ช่วงสัปดาห์นี้ได้เรียนรู้และตอกย้ำในความเป็นจริงหลายๆ สิ่ง มันคือเรื่องธรรมดา เล็กๆ น้อยๆ ที่คนเราอาจละเลย เมื่อกำลังหลงระเริงอยู่ในการใช้ชีวิต ทุกคนรู้ว่า เกิด มาย่อมมีป่วย มีตาย แต่ไอ้ตอนที่เราสบายๆ มักจะไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องพวกนี้ ก็เลยขอโน้ตไว้หน่อยสำหรับบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านเข้ามาในสมอง

เวลา คนเรามีเวลาหนึ่งวันเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง และยามเมื่อจำเป็นต้องทำอะไร เราจะมีเวลาให้สิ่งนั้นเสมอ นั้นคือเรื่อง priority ในการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน ถ้าจัดสรรให้ดีเราจะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ

ความผูกพัน แม้มนุษย์จะมีสมองไว้คิดพิจารณา แต่หัวใจมันจะเรียกร้องในสิ่งที่มันเห็นสมควร และในยามที่หัวใจทวงสิทธิ์ของมันสมองก็ห้ามไว้ไม่อยู่ วันแรกที่รู้ว่าอาม่าเสียก็ทำใจอยู่แล้ว แต่พอได้ไปเห็นศพจริงๆ ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างในก็สั่งให้น้ำตาไหลออกมา กับช่วงเวลา 30 กว่าปีที่จำความได้ อาม่าไม่ใช่คนพูดเยอะแต่ก็แสดงออกว่ารักหลานๆ ที่สุด ยังรู้สึกเลยว่ายังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านก็ด่วนจากไปเสียแล้ว

ความรักและความเคารพ มองย้อนกลับมาที่ป๊าม้า คนใกล้ที่เหมือนห่างออกไปทุกที เมื่อเรามีครอบครัวของเราเอง เวลาอยู่กับป๊าม้าก็น้อยลง แต่มองดีๆ ป๊าม้าจะมีเวลาอยู่กับเราอีกนานเท่าไร ช่วงชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน เมื่อวันนั้นมาถึงเราจะเสียใจยิ่งกว่านี้ถ้ายังไม่ดูแลท่านให้ดี ข้ออ้างต่างๆ ที่มีมากมายมันก็แค่เหตุที่สมองสรรหาเลือกมาใช้ แต่การกระทำจากนี้และต่อไปมันอยู่ที่ตัวของเราเอง แค่รักอยู่ห่างๆ อาจจะยังไม่เพียงพอกับความรักที่ป๊าม้าเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่

การค้า ธุรกิจ อันนี้ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร แต่ทุกจังหวะทุกเม็ดในกิจกรรมพิธีศพต้องมีค่าใช้จ่าย มันเป็นสิ่งที่ทำต่อๆ กันมาหรือ? ซึ่งพอมาลองคิดๆ ดู มันมีเหตุ มีผลในตัวของมันเอง และคนทุกคนต่างก็มีสิทธิ์เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อ ทำให้สิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ และจ่ายในสิ่งที่เราคิดว่าควรจะจ่าย เปรียบไปก็เหมือนชีวิตที่ยังดำเนินต่อไปทุกๆ วัน ไม่มีอะไรที่ไม่ใช้เงิน

สังคม สังเกตรุ่นอาม่ามีลูก 5-6 คน รุ่นป๊าม้ามีลูก 3-4 คน รุ่นเรามีลูกคนสองคน ครอบครัวมันเล็กลง แต่กลับห่างกันออกไปเรื่อยๆ ในวงกินข้าวผู้ใหญ่ไม่เจอกันนานมีเรื่องคุยกัน ขณะที่โต๊ะหลานๆ มีกันสิบกว่าคนกลับไม่มีเรื่องคุยกันเลย เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ตอนนี้ไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรแล้ว อีกหน่อยก็คงยิ่งไกลกันออกไปอีก

ง่วงแล้วหละ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาตัวเราเองก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตในแบบของเราเอง กับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ได้คิด ได้ทบทวน ได้ขอบคุณกับชีวิตที่มีอยู่ในตอนนี้ ขอให้อาม่าหลับสบาย ไม่ต้องห่วงกับเรื่องราวต่างๆ ในโลกใบนี้  เรื่องใดๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วล้วนดีหมด ปัจจุบันเป็นตัวกำหนดอนาคต เราจะอยู่กับปัจจุบัน