คริปโต

I’m only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me
Inside of me …

พูดถึง คริปโตไนต์ เสียงเพลงด้านบนจะลอยมาในหัวผมทันที
แต่คืนนี้ไม่ใช่แค่นั้น 22 Feb 18 CryptoNight เป็นคืนที่ประวัติศาสตร์ด้าน crypto economy ของไทยต้องบันทึกเอาไว้ ว่าคนไทยก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ไม่แพ้ชาติใดในโลก

Bitcoin Center Thailand ได้มีการจัดงานที่รวบรวมผู้รู้หลายคนในวงการมาให้ความรู้
แถมมี surprise อย่าง Vitalik Buterin, Founder of Ethereum ก็แวะมาร่วมงานด้วย wow!

ต้องขอบคุณเสี่ย Max StockRadars ที่เชิญผมไปฟัง เพราะงานนี้ได้อะไรมาหลายอย่างจนอยากจะกลั่นกรองออกมาเป็นข้อความทบทวนสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาครับ ถ้าผู้รู้ท่านไหนอ่านแล้วมีอะไรผิดพลาดก็แนะนำได้เลยนะครับ

ก่อนอื่นเลย พูดถึง crypto ก็ต้องพูดถึง Bitcoin เพราะ มันคือตัวแทนของเรื่องนี้ ผมเคยเกริ่นไปแล้วนิดนึงใน blog หัวข้อ “เงิน” ซึ่งวันนั้นเป็นแค่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของ Bitcoin ที่พูดถึงในแง่ของ currency แต่จริงๆ แล้ว โลกใบนี้ยังไม่สามารถนิยามมันชัดเจนขนาดนั้น อเมริกาอนุญาตให้มีการซื้อขาย Bitcoin ในตลาดฟิวเจอร์ แปลว่ามันคือ commodity หรือสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ในขณะที่ญี่ปุ่นบอกว่ามันคือเงินสกุลหนึ่งที่ร้านค้าต่างๆ สามารถรับชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนจีนภาครัฐประกาศห้ามซื้อขายเป็นระยะๆ แต่ความเป็นจริงกลับพบว่าบริษัทจีนเป็นผู้คุมการ verify transaction (หรือการขูด) เยอะที่สุดในโลก (เปรียบเค้าเป็นซาอุในยุคดิจิทัลแทนที่จะขุดน้ำมันแต่จีนขุด crypto) จะเห็นได้ว่าแต่ละประเทศเริ่มหาจุดยืนของตน คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วประเทศไทยของเราจะมองว่า Bitcoin คือ เงิน หรือ ทุน ถ้าเงินก็คงจะต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแล ถ้าทุนก็คงเป็น ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เข้าไปควบคุม หรือมันไม่ใช่อะไรเลย ก็คงต้องรอกันต่อไป ให้ประเทศอื่นๆ เค้าแซงไปให้หมดก่อน

ซึ่งก็จะมีคำถามอยู่ว่า แล้วจริงๆ มันต้องควบคุมกำกับดูแลอะไรหรือ คำตอบสำหรับคนในวงการวันนี้คือ อย่ามาคุมอะไรเขาเลย (ถ้าไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง) เพราะสิ่งที่ภาครัฐกำลังจะทำกับ Innovation คือการจำกัดการใช้งานมัน แต่โดยธรรมชาติของ Innovator พวกเขาจะหาทางใช้จนได้ ไม่ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหน เพราะเขาเห็นคุณค่าของมัน

ถ้ามองย้อนกลับไปสมัยรถน้ำมันเกิดขึ้นใหม่ๆ ปี 1865 ประเทศอังกฤษมีการออกกฎหมายยานยนต์ (Locomotive Acts) กําหนดว่าใครจะใช้รถยนต์ต้องมีคน 3 คนได้แก่ คนขับ วิศวกรนั่งข้างๆ และคนถือธงแดงวิ่งนําหน้ารถ เพื่อเตือนให้ผู้คนรู้ว่าเครื่องจักรที่ทรงอนุภาพกำลังขับเคลื่อนมา และนั่นคือสิ่งที่ทำให้อังกฤษตามไม่ทันประเทศอื่นๆ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการคมนาคมของโลกใบนี้

เมื่อประมาณช่วงปี 2000 ยุคก่อน dot com ล่มสลาย มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายในอเมริกา อาจถึง 400,000 เว็บ มีหลายเว็บที่มีโอกาสได้เงินเป็นกอบเป็นกำจากการ IPO (Initial Public Offering) เข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ NASDAQ แตะ 5,000 จุด แต่สุดท้ายกาลเวลาเป็นผู้พิสูจน์ผู้ประกอบการที่แท้จริง ใครลงทุนใน Amazon.com ตอนนั้น และยังถือยาวมาถึงตอนนี้ก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ส่วนใครลงทุนใน pet.com webvan.com และ .com อื่นๆ อีกมากก็กำตดกันไป ฉันใดก็ฉันนั้น crypto ที่เกิดขึ้นมากมายในตอนนี้ มันมีทั้งตัวที่ดี และตัวที่ไม่ดีแน่นอน แต่ที่มันส์กว่าสมัยนั้นคือ นี่คือปรากฏการณ์ของโลกที่ไม่ได้เกิดแค่ในอเมริกาเท่านั้น ใครๆ ก็สามารถทำ ICO (Initial Coin Offering) ได้ ใครๆ ก็สามารถเปิด Exchange ได้ มันเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามทางเทคโนโลยี

ที่บอกว่าเป็นโอกาสเพราะ StartUp ที่ต้องการระดมทุน ไม่จำเป็นต้องง้อ Angel Investor หรือ VC (Venture Capital) อีกแล้ว จะอยู่ไหนก็ได้ในโลกไม่ต้องอยู่แค่ในอเมริกาหรือเมืองใหญ่ ขอแค่มีไอเดียที่ดี มีการลงมือทำที่เห็นผลลัพธ์ สามารถเขียน white paper เพื่อชี้แจงสิ่งที่ตนเองกำลังทำ และประกาศในโลกใบนี้ได้รับรู้ การระดมทุนหลักร้อยล้านผ่าน ICO กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และใช้เวลาไม่นานแค่ไม่กี่เดือนในการเตรียมตัว อย่างเมื่อไม่นานมานี้ 14 Feb 18 J Venture บริษัทในเครือ Jaymart ก็เพิ่งทำ ICO ออกเหรีญ JFin Coin ขายไปทั้งหมด 100 ล้านโทเค็นภายใน 55 ชั่วโมง ระดมทุนได้กว่า 660 ล้านบาทเพื่อใช้ในการทำ peer-to-peer lending platform เพื่อคนไทย

ปี 2017 หลายเว็บไซต์เกี่ยวกับ crypto ยกให้เป็นปีแห่ง ICO เพราะ StartUp จำนวนมากออกมาระดมทุนด้วยวิธีนี้จนแค่กลางปีปริมาณเงินก็มากกว่าเงินที่ได้จาก VC ซะแล้ว

  • Filecoin (อเมริกา) ระดมทุนได้ $257 ล้าน เพื่อสร้าง data storage บน blockchain
  • Tezos (อเมริกา) ระดมทุนได้ $232 ล้าน เพื่อสร้าง blockchain ใหม่ที่น่าเชื่อถือกว่า bitcoin หรือ etherum
  • Sirin Labs (สวิตเซอร์แลนด์) ระดมทุน $157 ล้าน เพื่อทำ blockchain smartphone
  • The Bancor Protocol (อิสราเอล) ระดมทุนได้ $153 ล้าน เพื่อทำ decentralized liquidity สำหรับ etherum
  • Qash (ญี่ปุ่น) ระดมทุนได้ $106 ล้าน เพื่อใช้ในการทำ token ด้านการเงิน

ทุกคนต่างมี Stroy ของตัวเองในการประกาศให้โลกรับรู้ว่า เค้าคือใคร ทำอะไรอยู่ ต้องการเงินไปทำไม และเอาเงินมาลงทุนกับเค้าจะได้อะไรกลับคืนไป ทั้งหมดคือเบื้องต้นที่ต้องเขียนไว้ใน white paper และก็สุดแต่ใครจะเชื่อ จะลงเงินให้ ก็ต้องดูกันต่อไปยาวๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป (อยากรู้จัก ICO ใหม่ๆ สามารถหาข้อมูลได้ในเว็บ icodrops นะครับ) และความสนุกเกิดขึ้นต่อจากนี้คือ เมื่อ StartUp ได้เงินไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนในตลาดหลักทรัพย์ก็คือ มันยังมีการ trade ซื้อขายแลกเปลี่ยนต่อ ทำให้มูลค่าของเหรียญมีการขึ้นลง (อย่างบ้าคลั่ง) ยกตัวอย่าง เหรียญลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Ethereum ETH ออก ICO วันที่ 22 Jul 14 ด้วยราคา 2000 ETH ต่อ 1 BTC (ประมาณ $600 ในช่วงนั้น) คำนวณง่ายๆ คือ 1 ETH $0.3 มาวันนี้ 1 ETH ขึ้นไปที่ $900 หรือมูลค่าขึ้นไป 3,000 เท่า ในระยะเวลาแค่ 3 ปี

และนี่คือที่มาของความน่ากลัว จุดก่อกำเนิดของความโลภ มันไม่ใช่มีแค่ Bitcoin อีกต่อไป มันสามารถมีเหรียญสกุลต่างๆ ที่วันดี คืนดี ก็ออกมาระดมทุน แล้วก็มีคนรับไม้ต่อซื้อขายกันให้มันส์ไปเลย โดยบางครั้งคนได้เงินไปแล้วก็หายจ้อย ไม่ได้ทำอย่างที่สัญญาไว้ใน white paper มีตัวอย่างที่เป็นอุทาหรณ์ร้อนๆ ชื่อ LoopX บริษัท Startup ทางด้าน Cryptocurrency หลอกผู้ใช้ให้ร่วมลงทุน ICO ก่อนปิดเว็บไซต์, Facebook และ YouTube พร้อมเชิดเงินหนีกว่า $4.5 ล้าน โดยไม่บอกไม่กล่าวใดๆ หรืออย่างบางเหรียญก็เป็น SCAM ที่หลอกล่อให้คนเอาเงินมาซื้ออย่างชัดเจนเช่น BitConnect แพลตฟอร์มการให้กู้ยืมเงิน ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง $4.1 พันล้าน มีการชวนให้นักลงทุนหันมาสนใจ โดยอ้างว่าจะมอบผลตอบแทนให้ถึง 100% ขึ้นไป โดยการ ICO 28 ล้านเหรียญ เพื่อใช้กับ BitConnect Trading Bot ที่สามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุดกว่า 40% ต่อเดือน ก็โม้ไปเรื่อยจน ตลาดหลักทรัพย์ Texas ออกมาระงับและยุติการทำงานของ BitCoonect ลงในที่สุด

เหรียญ 2 ด้านของ crypto สามารถทำให้คนเปลี่ยนสถานะทางการเงินได้ในชั่วเวลาไม่นาน แต่ความเสี่ยงครั้งนี้มันสูงมาก อาจจะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็เป็นได้ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ แทนที่จะรวยก็อาจจะหมดตัวไม่เหลือทั้งบ้านทั้งรถ คุณสกลกรย์เขียนไว้ใน blog หัวข้อ “ICO การลงทุนด้วยการพนัน” เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามหากคิดจะลงทุนแบบนี้ ต้องศึกษาให้ดีเลยครับ ต้องอ่านให้มาก ค้นข้อมูลอย่างจริงจัง เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้น ใครๆ บนโลกอยู่ดีๆ ก็ออก ICO มาได้ ร้อยพ่อพันแม่ ใครจะออกมาหลอก หรือใครจะเอาเงินไปทำจริง เราจะรู้ได้ยังไงถ้าไม่ไปสืบประวัติเค้าก่อน แล้วเหรียญที่ซื้อไปมันจะขึ้นไหมหรือจะกลายเป็นศูนย์ ไม่มีใครบอกได้ครับ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย วันนี้คุณดวงดีพอหรือเปล่า ถามใจตัวเองดู อะไรนะ BNK48 จะออก ICO หรือ? งั้นก็ให้คุ้กกี้ทำนายกัน เย่ เย้ …