ว่าด้วยเรื่องบ๊อกซ์บ๊อกซ์ ตอนที่ 2 คน

ท้าวความจากตอนที่แล้ว ต้องบอกว่าเบย์เมย์เข้ามาชวนผมได้ถูกเวลามาก
เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงวุ่นวายที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่ง มันเป็นช่วงปีท้ายๆ ของการเรียนปริญญาเอก และมี paper ให้อ่านเป็นกอง
งานโครงการนี้ทำให้ผมได้พักสมอง หาอะไรสนุกๆ ทำคั่นเวลา (แถวบ้านเรียกอู้ ขี้เกียจเรียนให้จบ)

คุยกันมาถึงตรงนี้ สงสัยไหมครับว่าแล้วชื่อระบบนี้คืออะไรดีหละ ???
คิดกันอยู่นาน นึกกันไม่ออกหลายวัน จนเมย์มาปิ๊งไอเดียเสนอใช้เสียงของสุนัขไหม สั้นๆ ง่ายๆ บอกแล้วจำได้เลย
เลยเป็นที่มาของ BOXBOX บอกทีเดียวได้เห็นรอยยิ้มของคนฟัง ชื่อบริษัทอะไรนะ “บ๊อกซ์บ๊อกซ์” ใช่ครับ บ๊อกซ์บ๊อกซ์ เสียงหมาไง

ส่วนสาเหตุที่ใช้ .me เพราะรู้สึกว่ามันแสดงความเป็นตัวฉัน (ก็นั่นแหละครับ .com มันมีคนจดไปแล้ว) สรุปเราเลยจดชื่อโดเมนว่า BOXBOX.me
และเราเรียกการ redeem แลกของว่า “box me” เท่ห์ไหมหละ สร้างแบรนด์กันสุดๆ
นอกจากชื่อแล้ว พวกเราก็ตัดสินใจใช้ เจ้าหมูกรอบ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ที่เมย์เลี้ยงอยู่เป็นตัวแทน mascot ของบริษัท
อยากจะบอกว่าช่วงนั้นเราชอบไอเดีย และองค์ประกอบต่างๆ ที่พวกเราช่วยกันประกอบร่างมันขึ้นมาจริงๆ

ในฝั่งการตลาด เราเริ่มต้น BOXBOX ด้วยการทำ Facebook page เพื่อสร้างฐานลูกค้าและทำให้ผู้คนรู้จักเรา
เมย์เป็นคนสร้างเพจและตั้งชื่อว่า Boxme community for SME Fighter
เริ่มจากพวกเราสามคนช่วยกันโพสต์ มีไอเดียอะไรสนุกๆ ก็โพสต์ อะไรเป็นประโยชน์ก็โพสต์
แล้วทำไปทำมาก็กลายเป็นแย่งกันโพสต์ เนื่องจากโพสต์ไปมีคนมา like ment share กันเพียบ ยิ่งโพสต์ก็ยิ่งสนุก แฟนก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องราวแรกๆ ของเพจเราตั้งใจให้เกี่ยวกับ การใช้ไอเดียในการทำธุรกิจ มันสนุกมากต่างคนต่างไปหาเรื่องที่ตัวเองชอบมาใส่
และด้วยเมย์เองที่ทำเพจ SS อยู่ก็หยอดเงินซื้อ ads เข้าไปด้วย ทำให้เพจเราโตเร็วมาก ใครจะไปคิดว่า community เล็กๆ นี้จะโตได้ถึงหลักหมื่นในเวลาอันสั้น
บางวันพวกถึงกับบลั๊ฟกันเองด้วยซ้ำว่าโพสต์ใครได้รับความสนใจมากกว่ากัน สุดท้ายไม่อยากบอกว่า “รูปหมา” ชนะทุกสิ่ง

ครับ เราเริ่มต้นได้สวยงามมาก ผู้คนให้ความสนใจเยอะเลยทีเดียว (โดยทียังไม่รู้ว่าเราทำอะไรกัน)
ระหว่างนั้นเราตัดสินใจจ้างบริษัทดีไซน์เนอร์ที่ไว้ใจได้ ซึ่งเบย์เสนอ บริษัทออกแบบ ที่ใช้บริการอยู่
เราใช้เงินหลักแสนเพื่อทำ Corporate Identity ขึ้นมา (เชื่อว่าบริษัทเล็กๆ คงไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ในตอนนั้น)
สิ่งที่เราได้กลับมาคือ โลโก้ สีสรรต่างๆ ธีม ภาพลักษณ์ และร่างหน้าเว็บต้นแบบ
แต่ปัญหาคือคนถนัด print graphic ไม่ใช่คนที่ทำ online graphic ได้ดี
งานทีออกมาเลยไม่ได้อรรถประโยชน์ หรือ UX ไม่ผ่านนั้นเอง ก็ต้องปรับๆ กันต่อไป (จนวันนี้ก็ยังปรับไม่เสร็จ)

คู่ขนานกับการทำการตลาดและงานกราฟิค ในช่วงนั้นผมซึ่งดูแลฝั่งเทคนิคก็ต้องหาโปรแกรมเมอร์มาช่วยงาน
และในที่สุดเราก็ได้พนักงานคนแรกของเราคือ เค้ก น้องที่เคยฝึกงานกับผมสมัยทำ eventpro เหมือนปีก่อนหน้านั้น เค้กเรียนจบพอดี
ผมไปขายฝันว่า BOXBOX จะเป็นโปรแกรมที่สุดยอด คนไทยทั้งประเทศจะได้ใช้กัน มันจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของน้องเลย
(สุดท้ายหลังจากทำได้หนึ่งปี เค้กก็ลาออกไปตามหาความฝันของตัวเอง เค้าบอกว่าจะไปทำเกมกับเพื่อนๆ)
โอเคเราได้ โปรแกรมเมอร์ตัวยืนคนแรกแล้ว แววเริ่มมาแล้วหละ

boxboxdoll

ผมประเมินว่าระบบนี้ต้องทำแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วน คือ (1) ฝั่ง member (2) ฝั่ง merchant (3) ฝั่ง admin หลังบ้าน และ (4) แอพมือถือ
ได้เค้กมาทำ admin แล้วแปลว่าต้องหาอีก 3 มารับส่วนที่เหลือ วิธีการคว้านหาแบบบ้านๆ คือ หาจากคนที่รู้จัก ถามน้องๆ ที่สนิทว่าใครสนใจบ้าง
ผมคุยไปเรื่อยๆ หาคนที่สนใจอยากจะทำงานร่วมกันจริงๆ แล้วเราก็ได้ เมย์ mamuya มาช่วยงานอีกคน รับผิดชอบในฝั่ง merchant
ที่มาที่ไปก็คือ เมย์เป็นน้องฝึกงานอีกคนที่มาช่วยผมหนึ่งปีก่อนที่เค้กจะมาฝึกงาน ผมเริ่มเป็นแม่เหล็กดึงดูดน้องๆ เข้ามา
ถัดมาในฝั่ง member ผมเล็ง ตี๋ ไว้ ตี๋เป็นน้องอีกคนที่เคยทำวิดีโอคลิปร่วมกัน เป็นอีกโปรเจคในอดีตของผม ที่ทำให้รู้จักน้องๆ มากมาย
ตี๋เป็นคนดีแต่คุยไปคุยมา ตี๋ปฏิเสธงานนี้ และได้แนะนำเบิร์ด มาให้ ก็สรุปว่าในส่วนของเว็บ เราได้ทีมงานมานั่ง coding แล้ว เยี่ยมไปเลย
แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้งานเร็วขึ้น ผมขอให้ บี ซึ่งเป็นกราฟิคดีไซน์เนอร์คู่ใจ ทำงานกับผมมาเป็น 4-5 ปี มาช่วย เอาสิ่งที่ทางบริษัทออกแบบทำมาร่างให้เป็น HTML CSS ตามสมัยนิยม

เอาหละครับ ทีมเกือบครบแล้ว ขาดแต่มือถือทำไงดี อยากจะทำทั้ง android ทั้ง iOS ด้วยสิ ย้อนกลับไปตอนนั้นหาคนทำยากมาก
แต่แล้วผมก็มาสะดุดกับโป้ง โป้งเป็นน้องที่ผมทั้งรักทั้งชังที่สุดคนหนึ่ง เค้ามีไหวพริบ เก่ง มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก โป้งเคยมาช่วยงานผมช่วงหนึ่งแต่ต่อมาก็ออกไปทำงานบริษัทฝรั่ง
การกลับมาครั้งนี้โป้งพาคู่หูดูโอมาด้วยคือ เอฟ สองคนยังทำแอพกันไม่คล่องหรอก เพิ่งได้ลองทำ ดังนั้น BOXBOX จึงเป็นแอพตัวแรกๆ ที่พวกเค้าได้ฝึกและโชว์ฝีมือตัวเองออกมาให้โลกได้เห็น
นอกจากนั้นต่อมาผมก็ได้เจอกับ เหวิน จากการแนะนำของโป้ง ซึ่งเหวินได้เข้ามาช่วยพัฒนาในส่วน merchant เพื่อทำให้งานของเราเสร็จเร็วขึ้น ทีมฝั่ง dev มากันเพียบแล้ว

กลับไปที่การได้คนมาของฝั่งการตลาดอีกครั้ง เบย์เมย์ก็พยายามเต็มที่ในการสร้างทีมเหมือนกันครับ
โดยคนแรกได้มาจากการลองทาบทามน้องที่คณะ วันที่เค้ามาสัมภาษณ์วันนั้นผมยังจำได้ เรานัดกันไปเจอที่สยามพารากอน
เค้าคนนั้นคือ max หนุ่มหล่อหน้าตาดี ที่ต่อมา max ก็ได้ออกไปตามล่าความฝันตัวเอง กลายเป็น max the voice ในที่สุด (พวกเรายังเฝ้าจับตา และส่งใจไปเชียร์อยู่นะ)
คนถัดมาคือ คัง และ วิว ที่มาจากแฟนคลับของ Facebook page ใครจะเชื่อหละครับ การโพสต์ Facebook ทำให้มีคนรักเราและอยากทำงานกับพวกเราด้วย
(ที่ปลื้มมากๆ คือ มีแฟนคลับ ที่เย็บตุ๊กตาหมูกรอบส่งมาให้พวกเราแบบครบจำนวนคน ยังดีใจจนถึงวันนี้ว่า สิ่งที่เราทำมีคนรักมากมายขนาดนั้น)

สังเกตได้ว่าคนในช่วงการเริ่มต้นนี้มาจากการดึงดูดจากคนใกล้ตัว จากคนรู้จักหรือคนที่รู้จักของคนรู้จักทั้งหมดเลย
นี่คือปฐมบทความเป็นมาเป็นไปของบ๊อกซ์บ๊อกซ์และทีมในช่วงตั้งต้นครับ
พวกเราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ และก็เกิดความเปลี่ยนแปลงในการทำงานขึ้นในเวลาต่อมา

Comments